ร้านเก็บความลับของนิรันดร์
posted on 14 Sep 2011 10:52 by poptales
1
“กรอก...แกรก...กรอก... อือ......” เสียงคล้ายเครื่องจักรเก่าๆเริ่มทำงาน เสียงของมันแทบจะบ่งบอกถึงยุคเจริญรุ่งเรืองของพลาสติกสี่เหลี่ยมที่ถูกเจาะรู 2 รูทะลุดุจดวงตาและรอบๆรูนั้นก็มีสายพานสีออกน้ำตาลเข้มพันรอบอยู่ข้างในเราเรียกมันว่าเทปคาสเซ็ทที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นตัวสื่อสารสำเนียงเสียงเพลง ไม่ว่าศิลปะทางเสียงและท่วงทำนองนั้นจะเกิดจากศิลปินระดับตัวน้อยคอยยิ่งใหญ่หรือแม้กระทั่งศิลปินตัวใหญ่ที่ยอดขายไม่ได้อยู่แค่ภายในประเทศของตัวเอง ต่างก็ใช้เจ้าเครื่องจักรที่หมุนพันไปด้วยสายพานสีน้ำตาลเข้มนี้เป็นดุจแม่พิมพ์มาแล้ว แต่วันนี้สายพานนั้นไม่ได้ก่อให้กำเนิดเสียงเพลงแต่อย่างใดหากแต่มันกำลังค่อยๆไหลไปตามวงล้อแห่งการบันทึกเสียง บันทึกความรู้สึก บันทึก...ความลับ
“โรม เรามีอะไรจะบอกนาย “ เสียงหญิงสาววัยรุ่นที่เมื่อฟังจากเส้นเสียงของเธอแล้วอายุเธอก็คงยังไม่แตะเลข 25 เผลอๆอาจจะยังอยู่ในช่วงฟักตัวเพื่อรับวุฒิการศึกษาปริญญาตรีในเร็วๆนี้
“โรม นายจำวันแรกที่เราเจอกันตอนอยู่ปี 1 ได้ไหม วันนั้นนายเดินเข้ามายืมปากกาเราในคลาสอาจารย์หมี ...โรม นายเชื่อไหม ทันที... ทันทีที่เราเห็นหน้านายครั้งแรก มีหลายอย่างในหัวที่เราฟุ้งซ่าน เราสับสนมาก เราไม่เคยคิดว่าจะเจอผู้ชายหน้าตาดี เหมือนที่เราเคยคิดเคยวาดไว้... โรม เรามีเรื่องที่ไม่กล้าบอกนาย เราไม่รู้จะทำยังไงเราอึดอัดมาก แต่เรา...ก็กลัวจะเสียนายไป เรากลัวนายจะหนีหน้าเรา กลัวนายไม่มองเราเป็นเพื่อน...”
เสียงพร่ำพรรณนาหญิงสาวยังคงดำเนินต่อในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆทรงสูงที่เมื่อมองจากข้างนอกก็คงไม่ต่างจากตู้คาราโอเกะยอดเหรียญนักหรอก เพียงแต่ตู้นี้มันไม่ได้ตั้งอยู่ตามห้างใหญ่อย่างที่สายตาคนเราคุ้นเคย มันถูกตั้งไว้ในบ้านเล็กๆหลังหนึ่ง บ้านหลังเล็กๆธรรมดาๆในหมู่บ้านจัดสรร ภายในบ้านนั้นค่อนข้างที่จะรกราวกับอยากจะเชื้อเชิญให้บรรดา “สัตว์น้อยคลาน” เข้ามาเป็นสมาชิกของบ้าน บ้านหลังนี้มี 2 ชั้น โดยชั้นล่างนอกจากความรกและสกปรกแล้วก็ไม่มีอะไรโดดเด่นไปกว่าตู้คาราโอเกะดังกล่าว พร้อมด้วยสายระโยงระยางและอุปกรณ์คล้ายๆเครื่องอัดเสียงเก่าๆหลังตู้ ส่วนชั้นบนน่ะยังไม่สามารถบอกอะไรได้ในเมื่อเจ้าของบ้านได้ทำประตูกั้นปิดบันไดไว้ ราวกับว่ามันคืออีกโลกหนึ่งที่ไม่มีทางจะอนุญาติให้ใครเข้าไป
“แกร๊ง..แกร๊ง” เสียงการกระทบของวัตถุชิ้นเล็กๆที่เราเรียกว่าช้อนชากับขอบแก้วน้ำที่เต็มไปด้วยความหอมกรุ่นของกาแฟดังขึ้นมาจากบริเวณหน้าบ้าน นิรันดร์ ชายหนุ่มมาดเซอไว้หนวดไว้เครากำลังค่อยๆหย่อนตัวเพื่อเอนหลังไปกับเก้าอี้คู่ใจของเขา สายตาที่มองพาดผ่านเหล่าต้นไม้เล็กๆและกาแฟอุ่นๆที่อยู่ในมือทำให้เขาค่อนข้างผ่อนคลาย ปลายริมฝีปากค่อยๆจิบกาแฟอย่างช้าๆและละมุน มันเป็นการแสดงออกถึงความสบายใจของคนคนหนึ่งกับแดดยามบ่ายแก่ๆ นิรันดร์ค่อยๆหย่อนเปลือกตาบนลงเพื่อบรรจบกับเปลือกตาล่างเป็นการตอบรับลมเบาที่ยังคงพัดโชยตีใบเอนไหวกิ่งพริ้วก่อเสียงทำนองที่เพราะดั่งเพลงแห่งธรรมชาติ ดุจเพลงกล่อมให้นิรันดร์ต้องยอมวางแก้วกาแฟไว้ที่โต๊ะไม้เก่าๆข้างตัวแล้วค่อยๆถูกความง่วงเข้าเคลิ้มงำ
ณ สถานที่ที่ต้นไม้เป็นกลุ่มชนหมู่มากกว่าตึกราบ้านช่องคอนกรีต หญิงสาวหน้าตาน่ารักวัยไม่ห่างกับนิรันดร์มากนักยืนอยู่ตรงหน้า สายตาเธอช่างหวานยิ่งนัก รอยยิ้มที่สดใส และเสียงอันนุ่มนวลชวนหลงไหล “นิรันดร์... ไปงานแต่งเราให้ได้นะ”
“พี่คะ ... พี่คะ” นิรันดร์ค่อยๆเปิดตาขึ้นอีกครั้งเมื่อคำเรียกของหญิงสาวจบลง เขากลับมาสู่โลกที่เขาเพิ่งเอนตัวแน่นิ่ง
“หนู..อัดเสร็จแล้วค่ะ”
“จะล๊อคหรือจะลบ” นิรันดร์ย้อนถามด้วยน้ำเสียงนุ่มๆเนือยๆอันเป็นเอกลักษณ์
“หือ อะไรนะพี่?” หญิงสาวถามกลับด้วยความไม่แน่ใจ นิรันดร์ค่อยๆลุกเดินไปที่หลังตู้คาราโอเกะทรงกระบอกในบ้าน เขาทำท่าเกาะๆแกะๆบริเวณนั้น บริเวณที่ซึ่งเต็มไปด้วยปุ่มและฝุ่นก่อนที่จะเดินออกมาพร้อมเทปคาสเซ็ทในมือ
“น้องมาครั้งแรกใช่ไหม?” นิรันดร์ยิงคำถามแบบนุ่มๆอีกครั้ง
“ค่ะ”
“ที่นี่ผมรับเก็บความลับ แต่ผมก็มีทางเลือกให้ลูกค้า หากลูกค้าจะขอให้เป็นความลับแบบล๊อค ผมก็จะเก็บเจ้านี่ใส่ตู้แล้วล๊อคไว้ ... แบบนี้ลูกค้าจะสามารถกลับมาฟังความลับของตัวเองได้ ..แต่มีข้อแม้ว่า ... ผมจะให้คุณฟังได้แต่ในตู้นั้น ตู้เก็บความลับ” นิรันดร์อธิบายพร้อมชี้ไปที่ตู้เก็บความลับ ตู้ที่หญิงสาวเพิ่งจะบ่นพรำๆอยู่ข้างในไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
“แล้วหนูจะกลับอัดเพิ่มได้ไหมอ่ะ”
“ได้ แต่เรามีกฎสำคัญ ..การอัดความลับในครั้งต่อไป ต้องมีของรักของหวงมาเป็นค่าใช้จ่าย”
“ของรัก เช่นอะไรอ่ะพี่” หญิงสาวย้อนถาม
“รักอะไรก็เอามาเถอะ” นิรันดร์ตอบกลับด้วยความเยือกเย็น
“แล้วพี่จะรู้ได้ไงว่าหนูเอาของรักมาให้ หนูอาจจะเอาของไม่จำเป็นสำหรับหนูมาให้ก็ได้นะ”
“ก็แล้วแต่ หากคิดว่ามันมีค่าพอๆกับความลับคุณ” เสียงตอกกลับอันเยือกเย็นของนิรันดร์ ทำให้หญิงสาวถึงกับชะงัก ก่อนที่นิรันดร์จะพูดต่อ
“ส่วนความลับแบบลบ ผมก็จะเอาเทปนี้ไปเผาทันทีที่ลูกค้าเก็บความลับเสร็จ ... ตกลงจะเอาแบบไหนครับ”
หญิงสาวขมวดคิ้วครุ่นคิดไตร่ตรองถึงการมีชีวิตอยู่ของความลับตัวเองก่อนจะตัดสินใจ
“หนูขอแบบล๊อคก่อนละกัน” เมื่อหญิงสาวพูดจบ นิรันดร์เดินไปที่ห้องห้องหนึ่ง ที่อยู่ไม่ห่างจากตู้เก็บความลับมากนักแต่จะเยื้องไปเกือบถึงห้องครัว เขาหยิบกุญแจไขประตูที่ดูแล้วน่าฉงนเพราะนอกจากตัวประตูจะมีระบบล๊อคลูกบิดแล้วมันก็ยังมีกุญแจเสริมด้านนอกอีกชั้น แต่นั้นก็เป็นภาพที่ลูกค้าของเขาพอจะไว้วางใจในความปลอดภัยของความลับที่อยู่ภายใต้การดูแลของนิรันดร์ได้พอสมควร เมื่อประตูเปิดออกข้างในเต็มไปด้วยตู้ล๊อคเกอร์เป็นช่องๆในแบบสี่เหลี่ยมจัตรัสหลายๆช่อง บางตู้มีฝุ่นเกาะเครอะครังเล็กน้อย นิรันดร์เดินมองหาตู้ที่ยังว่างอยู่ เขาเดินไปเรื่อยซึ่งเมื่อดูๆไปแล้วตู้ล๊อคเกอร์ก็เหมือนจะมีปริมาณที่ขาดกับความต้องการของมนุษย์ผู้ซึ่งมาขายความลับให้กับเขาซะแล้ว โชคยังเข้าข้างหญิงสาวที่ยังมีตู้ล๊อคเกอร์ว่างอยู่บ้างนิรันดร์จัดแจงด้วยการวางเทปเข้าไปในตู้ล๊อคเกอร์ปิดแล้วล๊อคกุญแจ
“แปปนึง จะเสร็จแล้วเดี๋ยวกูนั่งแท๊กซี่ไปเลย จะอยู่ตรงไหนรอล่ะ หา...ร้านอะไรนะ.. ว้าย!” หญิงสาวตกใจกลางอากาศการสนทนาเมื่อนิรันดร์เดินมาโผล่ข้างหลังอย่างไม่รู้ตัว “เออ กูไม่เป็นไร เดี๋ยวกูโทรกลับนะ โรม” หญิงสาวรวบรวมสติก่อนขอวางสายจากปลายทาง
“เสร็จแล้วครับ” นิรันดร์พูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆอีกครั้งพร้อมกับยื่นกุญแจให้ หญิงสาวรับกุญแจด้วยความมึนงงเล็กน้อย “ต่อไปมาวันไหนให้พกมาด้วย แต่หากคุณไม่เก็บมันแล้ว อย่าลืมโทรมาแจ้งลืมความลับให้ผมรู้ด้วย ผมจะได้ลบความลับคุณออกไป” ชายหนุ่มเดินไปเอนตัวกับเก้าอี้ตัวโปรดแล้วจิบกาแฟอีกครั้ง หญิงสาวเดินถอยฉากเพื่อย้ายตัวเองออกจากแห่งนี้
“พี่ หนูจะรู้ได้ไงว่าความลับของหนู...จะปลอดภัยไม่มีใครรู้” หญิงสาวหันมาถามด้วยความแคลงใจครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเดินพ้นประตูรั้วหน้าบ้าน นิรันดร์ดื่นกาแฟจนหมดแก้วแล้ววางแก้วลงบนโต๊ะก่อนจะเอนตัวลงนอนต่ำกว่าเดิมแล้วค่อยๆปิดม่านตาลง
“อะไรของพี่เขาวะ จะติสไปไหนเนี่ย” หญิงสาวออกอาการหงุดหงิดบ่นกับตัวเองเล็กน้อยก่อนที่จะเดินออกจากบ้านโบกแท๊กซี่จากไปอย่างรวดเร็ว
ลมเบาๆพัดมาและกระทบเหล่าใบไม้ใบหญ้าสร้างเสียงอันไพเราะแบบเบาๆอีกครั้ง ...
“นิรันดร์” ชายหนุ่มตื่นลืมตาด้วยความตกใจเขารีบหันตามเสียงที่เรียกชื่อเขาไปทางห้องล๊อคเกอร์เก็บความลับ เสียงแผ่วเบาจากห้องเก็บความลับที่เขาลืมปิดตอนออกมาทำให้เขาต้องรีบลุกออกจากเก้าอี้ตัวโปรดแล้วเดินไปปิดประตูอย่างรวดเร็วและล๊อคประตูอย่างกับว่าจะเอาให้กลายเป็นห้องปิดตาย นิรันดร์ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าห้องเก็บความลับสักพักหลังจากเพิ่งปิดประตูไป ด้วยผมที่ยาวรุงรังทำให้ยากแก่การเห็นถึงสีหน้าว่าเขากำลังยืนคิดอะไรอยู่
..... นิรันดร์ค่อยๆยกมือมาปาดเช็ดน้ำตาที่แก้มตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันหลังให้ห้องเก็บความลับ เปิดประตูบันไดและเดินขึ้นไปสู่ชั้น 2 อย่างเงียบๆ ...
...ลมยังคงพัดเบาๆ...