ร้านเก็บความลับของนิรันดร์

 

    “กรอก...แกรก...กรอก... อือ......” เสียงคล้ายเครื่องจักรเก่าๆเริ่มทำงาน  เสียงของมันแทบจะบ่งบอกถึงยุคเจริญรุ่งเรืองของพลาสติกสี่เหลี่ยมที่ถูกเจาะรู 2 รูทะลุดุจดวงตาและรอบๆรูนั้นก็มีสายพานสีออกน้ำตาลเข้มพันรอบอยู่ข้างในเราเรียกมันว่าเทปคาสเซ็ทที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นตัวสื่อสารสำเนียงเสียงเพลง  ไม่ว่าศิลปะทางเสียงและท่วงทำนองนั้นจะเกิดจากศิลปินระดับตัวน้อยคอยยิ่งใหญ่หรือแม้กระทั่งศิลปินตัวใหญ่ที่ยอดขายไม่ได้อยู่แค่ภายในประเทศของตัวเอง  ต่างก็ใช้เจ้าเครื่องจักรที่หมุนพันไปด้วยสายพานสีน้ำตาลเข้มนี้เป็นดุจแม่พิมพ์มาแล้ว  แต่วันนี้สายพานนั้นไม่ได้ก่อให้กำเนิดเสียงเพลงแต่อย่างใดหากแต่มันกำลังค่อยๆไหลไปตามวงล้อแห่งการบันทึกเสียง  บันทึกความรู้สึก  บันทึก...ความลับ

 

    “โรม  เรามีอะไรจะบอกนาย “ เสียงหญิงสาววัยรุ่นที่เมื่อฟังจากเส้นเสียงของเธอแล้วอายุเธอก็คงยังไม่แตะเลข 25 เผลอๆอาจจะยังอยู่ในช่วงฟักตัวเพื่อรับวุฒิการศึกษาปริญญาตรีในเร็วๆนี้

    “โรม  นายจำวันแรกที่เราเจอกันตอนอยู่ปี 1 ได้ไหม  วันนั้นนายเดินเข้ามายืมปากกาเราในคลาสอาจารย์หมี  ...โรม  นายเชื่อไหม  ทันที... ทันทีที่เราเห็นหน้านายครั้งแรก  มีหลายอย่างในหัวที่เราฟุ้งซ่าน  เราสับสนมาก  เราไม่เคยคิดว่าจะเจอผู้ชายหน้าตาดี  เหมือนที่เราเคยคิดเคยวาดไว้... โรม  เรามีเรื่องที่ไม่กล้าบอกนาย  เราไม่รู้จะทำยังไงเราอึดอัดมาก  แต่เรา...ก็กลัวจะเสียนายไป  เรากลัวนายจะหนีหน้าเรา  กลัวนายไม่มองเราเป็นเพื่อน...”

 

    เสียงพร่ำพรรณนาหญิงสาวยังคงดำเนินต่อในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆทรงสูงที่เมื่อมองจากข้างนอกก็คงไม่ต่างจากตู้คาราโอเกะยอดเหรียญนักหรอก  เพียงแต่ตู้นี้มันไม่ได้ตั้งอยู่ตามห้างใหญ่อย่างที่สายตาคนเราคุ้นเคย  มันถูกตั้งไว้ในบ้านเล็กๆหลังหนึ่ง  บ้านหลังเล็กๆธรรมดาๆในหมู่บ้านจัดสรร  ภายในบ้านนั้นค่อนข้างที่จะรกราวกับอยากจะเชื้อเชิญให้บรรดา “สัตว์น้อยคลาน” เข้ามาเป็นสมาชิกของบ้าน  บ้านหลังนี้มี 2 ชั้น  โดยชั้นล่างนอกจากความรกและสกปรกแล้วก็ไม่มีอะไรโดดเด่นไปกว่าตู้คาราโอเกะดังกล่าว  พร้อมด้วยสายระโยงระยางและอุปกรณ์คล้ายๆเครื่องอัดเสียงเก่าๆหลังตู้  ส่วนชั้นบนน่ะยังไม่สามารถบอกอะไรได้ในเมื่อเจ้าของบ้านได้ทำประตูกั้นปิดบันไดไว้  ราวกับว่ามันคืออีกโลกหนึ่งที่ไม่มีทางจะอนุญาติให้ใครเข้าไป 

    “แกร๊ง..แกร๊ง” เสียงการกระทบของวัตถุชิ้นเล็กๆที่เราเรียกว่าช้อนชากับขอบแก้วน้ำที่เต็มไปด้วยความหอมกรุ่นของกาแฟดังขึ้นมาจากบริเวณหน้าบ้าน  นิรันดร์ ชายหนุ่มมาดเซอไว้หนวดไว้เครากำลังค่อยๆหย่อนตัวเพื่อเอนหลังไปกับเก้าอี้คู่ใจของเขา  สายตาที่มองพาดผ่านเหล่าต้นไม้เล็กๆและกาแฟอุ่นๆที่อยู่ในมือทำให้เขาค่อนข้างผ่อนคลาย  ปลายริมฝีปากค่อยๆจิบกาแฟอย่างช้าๆและละมุน  มันเป็นการแสดงออกถึงความสบายใจของคนคนหนึ่งกับแดดยามบ่ายแก่ๆ  นิรันดร์ค่อยๆหย่อนเปลือกตาบนลงเพื่อบรรจบกับเปลือกตาล่างเป็นการตอบรับลมเบาที่ยังคงพัดโชยตีใบเอนไหวกิ่งพริ้วก่อเสียงทำนองที่เพราะดั่งเพลงแห่งธรรมชาติ  ดุจเพลงกล่อมให้นิรันดร์ต้องยอมวางแก้วกาแฟไว้ที่โต๊ะไม้เก่าๆข้างตัวแล้วค่อยๆถูกความง่วงเข้าเคลิ้มงำ

   

    ณ สถานที่ที่ต้นไม้เป็นกลุ่มชนหมู่มากกว่าตึกราบ้านช่องคอนกรีต  หญิงสาวหน้าตาน่ารักวัยไม่ห่างกับนิรันดร์มากนักยืนอยู่ตรงหน้า  สายตาเธอช่างหวานยิ่งนัก  รอยยิ้มที่สดใส  และเสียงอันนุ่มนวลชวนหลงไหล “นิรันดร์... ไปงานแต่งเราให้ได้นะ”

 

    “พี่คะ ... พี่คะ”  นิรันดร์ค่อยๆเปิดตาขึ้นอีกครั้งเมื่อคำเรียกของหญิงสาวจบลง  เขากลับมาสู่โลกที่เขาเพิ่งเอนตัวแน่นิ่ง 

“หนู..อัดเสร็จแล้วค่ะ”  

“จะล๊อคหรือจะลบ” นิรันดร์ย้อนถามด้วยน้ำเสียงนุ่มๆเนือยๆอันเป็นเอกลักษณ์

“หือ อะไรนะพี่?” หญิงสาวถามกลับด้วยความไม่แน่ใจ  นิรันดร์ค่อยๆลุกเดินไปที่หลังตู้คาราโอเกะทรงกระบอกในบ้าน  เขาทำท่าเกาะๆแกะๆบริเวณนั้น  บริเวณที่ซึ่งเต็มไปด้วยปุ่มและฝุ่นก่อนที่จะเดินออกมาพร้อมเทปคาสเซ็ทในมือ

“น้องมาครั้งแรกใช่ไหม?” นิรันดร์ยิงคำถามแบบนุ่มๆอีกครั้ง

“ค่ะ”

“ที่นี่ผมรับเก็บความลับ  แต่ผมก็มีทางเลือกให้ลูกค้า  หากลูกค้าจะขอให้เป็นความลับแบบล๊อค  ผมก็จะเก็บเจ้านี่ใส่ตู้แล้วล๊อคไว้ ... แบบนี้ลูกค้าจะสามารถกลับมาฟังความลับของตัวเองได้ ..แต่มีข้อแม้ว่า ... ผมจะให้คุณฟังได้แต่ในตู้นั้น ตู้เก็บความลับ” นิรันดร์อธิบายพร้อมชี้ไปที่ตู้เก็บความลับ  ตู้ที่หญิงสาวเพิ่งจะบ่นพรำๆอยู่ข้างในไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว

“แล้วพี่จะเก็บมันไว้นานไหมอ่ะ”

“1 ปีหมดอายุความลับ"

"แล้วถ้าครบ 1 ปีพี่จะทำอะไรกับมัน?"

"ลบ" หญิงสาวฉงนกับสิ่งที่นิรันดร์ตอบก่อนที่นิรันดร์จะหันกลับมา "ทำลาย"

"อ้าว แล้ว... ถ้าหนูไม่อยากให้พี่ทำลายล่ะ?"

"หากจะต่ออายุต้องมีของรักของหวงมาเป็นค่าใช้จ่าย”

“ของรัก  เช่นอะไรอ่ะพี่” หญิงสาวย้อนถาม

“รักอะไรก็เอามาเถอะ” นิรันดร์ตอบกลับด้วยความเยือกเย็น 

“แล้วพี่จะรู้ได้ไงว่าหนูเอาของรักมาให้  หนูอาจจะเอาของไม่จำเป็นสำหรับหนูมาให้ก็ได้นะ”

“ก็แล้วแต่  หากคิดว่ามันมีค่าพอๆกับความลับคุณ” เสียงตอกกลับอันเยือกเย็นของนิรันดร์  ทำให้หญิงสาวถึงกับชะงัก  ก่อนที่นิรันดร์จะพูดต่อ

“ส่วนความลับแบบลบ  ผมก็จะเอาเทปนี้ไปเผาทันทีที่ลูกค้าเก็บความลับเสร็จ  ...  ตกลงจะเอาแบบไหนครับ”

หญิงสาวขมวดคิ้วครุ่นคิดไตร่ตรองถึงการมีชีวิตอยู่ของความลับตัวเองก่อนจะตัดสินใจ

“หนูขอแบบล๊อคก่อนละกัน” เมื่อหญิงสาวพูดจบ  นิรันดร์เดินไปที่ห้องห้องหนึ่ง ที่อยู่ไม่ห่างจากตู้เก็บความลับมากนักแต่จะเยื้องไปเกือบถึงห้องครัว  เขาหยิบกุญแจไขประตูที่ดูแล้วน่าฉงนเพราะนอกจากตัวประตูจะมีระบบล๊อคลูกบิดแล้วมันก็ยังมีกุญแจเสริมด้านนอกอีกชั้น  แต่นั้นก็เป็นภาพที่ลูกค้าของเขาพอจะไว้วางใจในความปลอดภัยของความลับที่อยู่ภายใต้การดูแลของนิรันดร์ได้พอสมควร เมื่อประตูเปิดออกข้างในเต็มไปด้วยตู้ล๊อคเกอร์เป็นช่องๆในแบบสี่เหลี่ยมจัตรัสหลายๆช่อง  บางตู้มีฝุ่นเกาะเครอะครังเล็กน้อย  นิรันดร์เดินมองหาตู้ที่ยังว่างอยู่  เขาเดินไปเรื่อยซึ่งเมื่อดูๆไปแล้วตู้ล๊อคเกอร์ก็เหมือนจะมีปริมาณที่ขาดกับความต้องการของมนุษย์ผู้ซึ่งมาขายความลับให้กับเขาซะแล้ว  โชคยังเข้าข้างหญิงสาวที่ยังมีตู้ล๊อคเกอร์ว่างอยู่บ้างนิรันดร์จัดแจงด้วยการวางเทปเข้าไปในตู้ล๊อคเกอร์ปิดแล้วล๊อคกุญแจ 

 

“แปปนึง  จะเสร็จแล้วเดี๋ยวกูนั่งแท๊กซี่ไปเลย  จะอยู่ตรงไหนรอล่ะ  หา...ร้านอะไรนะ.. ว้าย!” หญิงสาวตกใจกลางอากาศการสนทนาเมื่อนิรันดร์เดินมาโผล่ข้างหลังอย่างไม่รู้ตัว   “เออ กูไม่เป็นไร  เดี๋ยวกูโทรกลับนะ โรม”  หญิงสาวรวบรวมสติก่อนขอวางสายจากปลายทาง

“เสร็จแล้วครับ”  นิรันดร์พูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆอีกครั้งพร้อมกับยื่นกุญแจให้  หญิงสาวรับกุญแจด้วยความมึนงงเล็กน้อย  “ต่อไปมาวันไหนให้พกมาด้วย  แต่หากคุณไม่เก็บมันแล้ว  อย่าลืมโทรมาแจ้งลืมความลับให้ผมรู้ด้วย  ผมจะได้ลบความลับคุณออกไป” ชายหนุ่มเดินไปเอนตัวกับเก้าอี้ตัวโปรดแล้วจิบกาแฟอีกครั้ง  หญิงสาวเดินถอยฉากเพื่อย้ายตัวเองออกจากแห่งนี้  

“พี่  หนูจะรู้ได้ไงว่าความลับของหนู...จะปลอดภัยไม่มีใครรู้” หญิงสาวหันมาถามด้วยความแคลงใจครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเดินพ้นประตูรั้วหน้าบ้าน  นิรันดร์ดื่นกาแฟจนหมดแก้วแล้ววางแก้วลงบนโต๊ะก่อนจะเอนตัวลงนอนต่ำกว่าเดิมแล้วค่อยๆปิดม่านตาลง 

“อะไรของพี่เขาวะ  จะติสไปไหนเนี่ย” หญิงสาวออกอาการหงุดหงิดบ่นกับตัวเองเล็กน้อยก่อนที่จะเดินออกจากบ้านโบกแท๊กซี่จากไปอย่างรวดเร็ว

ลมเบาๆพัดมาและกระทบเหล่าใบไม้ใบหญ้าสร้างเสียงอันไพเราะแบบเบาๆอีกครั้ง  ...

“นิรันดร์”  ชายหนุ่มตื่นลืมตาด้วยความตกใจเขารีบหันตามเสียงที่เรียกชื่อเขาไปทางห้องล๊อคเกอร์เก็บความลับ  เสียงแผ่วเบาจากห้องเก็บความลับที่เขาลืมปิดตอนออกมาทำให้เขาต้องรีบลุกออกจากเก้าอี้ตัวโปรดแล้วเดินไปปิดประตูอย่างรวดเร็วและล๊อคประตูอย่างกับว่าจะเอาให้กลายเป็นห้องปิดตาย  นิรันดร์ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าห้องเก็บความลับสักพักหลังจากเพิ่งปิดประตูไป  ด้วยผมที่ยาวรุงรังทำให้ยากแก่การเห็นถึงสีหน้าว่าเขากำลังยืนคิดอะไรอยู่

 

 

 

 

..... นิรันดร์ค่อยๆยกมือมาปาดเช็ดน้ำตาที่แก้มตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันหลังให้ห้องเก็บความลับ เปิดประตูบันไดและเดินขึ้นไปสู่ชั้น 2 อย่างเงียบๆ ...

 

...ลมยังคงพัดเบาๆ...

 
 
 
-Poptrait-
ร้านเก็บความลับของนิรันดร์ ..1..
 
 
**อ่าน ตอนที่ 2 "ความลับฆาตรกร" คลิก http://poptales.exteen.com/20120707/entry 

Comment

Comment:

Tweet

ขอแผนที่ไปร้านหน่อยค่ะ ><

#3 By NoOn (58.136.216.45) on 2011-09-14 16:48

; )

#2 By @uglypink (110.168.92.60) on 2011-09-14 13:21

นิรันดร์ดูลึกลับพอๆกะร้านเลย รออ่านตอนต่อไป

(ว่าแต่ถ้าตู้เก็บความลับเต็มขึ้นมา นิรันดร์จะต่อเติมบ้านรึสั่งซื้อตู้เพิ่มจาก Index Living Mall อ๊ะเปล่า แฮร่~)Hot! Hot! Hot!

#1 By ..KaTeLaDa.. on 2011-09-14 13:00